ดีไซน์แสงไฟยังไงให้ดูแพงแบบโรงแรม 5 ดาว

คุณเคยสังเกตไหมว่า
ทำไมเวลาเข้าไปในโรงแรมหรู บรรยากาศถึง
ให้ความรู้สึกอบอุ่น สงบ และมีระดับ
หนึ่งในองค์ประกอบที่สร้างความแตกต่าง
อย่างชัดเจนคือ “การออกแบบแสงไฟ”

บ้านระดับ High-end ไม่ใช่แค่ต้องสวย
แต่ต้อง “มีมิติ” และให้ ความรู้สึก
หรูหราแบบสัมผัสได้
แสงไฟที่ดีสามารถเปลี่ยนพื้นที่ธรรมดา
ให้กลายเป็นพื้นที่ที่ “เล่าเรื่อง” ได้
และที่สำคัญการออกแบบแสงที่ถูกต้อง
สามารถเพิ่มมูลค่าของบ้าน
และช่วยสร้างประสบการณ์
การใช้ชีวิตที่เหนือระดับได้จริง

ในบทความนี้ Mustroom Interior
จะพาคุณไปเจาะลึกเทคนิค
การดีไซน์แสงไฟแบบมืออาชีพที่จะช่วย
ให้บ้านของคุณหรูหราไม่แพ้โรงแรม 5 ดาว

Ambient Lighting
แสงหลักของห้อง ให้ความสว่างโดยรวม
เช่น ดาวน์ไลท์ หรือโคมไฟเพดาน

Task Lighting
แสงเฉพาะจุดเพื่อการใช้งาน
เช่น โคมไฟอ่านหนังสือ โคมไฟ
โต๊ะทำงาน หรือไฟส่องกระจกในห้องน้ำ

Accent Lighting
แสงสำหรับสร้างบรรยากาศ
เช่น ไฟซ่อนหลืบ ไฟวอลล์วอชเชอร์
ที่ช่วยขับเน้นผนังหรือของตกแต่ง

บ้านที่หรูหรา ไม่ใช่บ้านที่สว่างจ้าทั้งหลัง
แต่เป็นบ้านที่มีมิติของแสง เงา
และจุดโฟกัสที่ลงตัว

หากคุณเคยเดินเข้าไปในโรงแรมหรู
จะสังเกตว่าแทบทุกที่มี “ไฟซ่อน”
(Indirect Lighting) ที่ให้แสงนุ่มนวล
และช่วยเพิ่มความลึกให้พื้นที่ดูหรูหราขึ้น

จุดที่ควรติดไฟซ่อนเพื่อให้บ้านดูหรูหราขึ้น
ฝ้าเพดาน
เพิ่มมิติและความรู้สึกเพดานสูงขึ้น

ใต้ตู้หรือชั้นวางของ ให้แสงดูนุ่ม
และช่วยให้เฟอร์นิเจอร์ดูเด่นขึ้น

ใต้เตียง เปลี่ยนห้องนอนให้ดูเหมือน
ห้อง Suite ในโรงแรม
หลังทีวีหรือผนังตกแต่ง สร้างความลึก
และทำให้ทีวีดูโดดเด่น

เคล็ดลับจาก Mustroom interior
ใช้ไฟ LED Warm White
2700K – 3000K
เพื่อให้แสงดูนุ่มนวล และหรูหรา
ไม่แข็งกระด้างเกินไป

หนึ่งในความผิดพลาดที่พบบ่อย คือ
การเลือกสีไฟผิด
ซึ่งส่งผลต่ออารมณ์ของห้องโดยตรง

ไฟที่ใช้ในโรงแรม 5 ดาวส่วนใหญ่
Warm White (2700K – 3000K)
ให้ความรู้สึกอบอุ่น หรูหรา
เหมือนอยู่ในโรงแรมหรู

Neutral White (3500K – 4000K)
เหมาะกับห้องทำงาน
หรือห้องครัวที่ต้องการความคมชัด

Cool White (5000K – 6500K)
แสงขาวจัด มักใช้ในโรงพยาบาล
หรือสำนักงาน ไม่แนะนำสำหรับบ้านหรู

เคล็ดลับจาก Mustroom interior
ถ้าต้องการให้บ้านดูหรูหรา
ควรเลือกไฟWarm Whiteเป็นหลัก
และใช้ Dimmer Control
เพื่อปรับระดับแสง
ให้เข้ากับบรรยากาศ

โรงแรมหรูไม่ใช้แค่ไฟดาวน์ไลท์
เพียงอย่างเดียว แต่เลือกใช้
โคมไฟที่มีดีไซน์โดดเด่น
เพื่อเพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ให้กับพื้นที่

โคมไฟที่ช่วยให้บ้านดูแพงขึ้น
โคมไฟแขวน
(Chandelier / Pendant Light)
เหมาะกับโถงทางเข้า
หรือห้องรับแขก เพิ่มความหรูหรา

โคมไฟตั้งพื้น (Floor Lamp)
เพิ่มมิติให้ห้องนั่งเล่น
ดูเหมือน Lounge ของโรงแรม

โคมไฟหัวเตียง (Bedside Lamp)
ให้บรรยากาศอบอุ่นในห้องนอน

เคล็ดลับจาก Mustroom interior
เลือกโคมไฟที่มีวัสดุหรูหรา
เช่น โลหะขัดเงา กระจก
หรือหินอ่อน เพื่อเพิ่มความพรีเมียม

การออกแบบแสงที่ดี
ไม่ใช่แค่เลือกโคมไฟสวยๆ แล้วติดตั้ง
แต่ต้องวางแผนอย่างมืออาชีพ
ทั้งเรื่องฟังก์ชัน การเล่นมิติของแสง
และการผสมผสานเทคนิคทางสถาปัตยกรรม

ที่ Mustroom Interior เราให้บริการ
ออกแบบแสง (Lighting Design)
แบบครบวงจร
เพื่อให้บ้านของคุณดูแพงขึ้น
โดยไม่ต้องใช้ของแพงเสมอไป

ออกแบบแสงให้เหมาะกับ
ไลฟ์สไตล์ของคุณ

ใช้เทคนิคแสงโรงแรม 5 ดาว
มาประยุกต์กับบ้านพักอาศัย

ให้คำแนะนำเรื่องโทนสีแสง
และอุณหภูมิสีที่ช่วยเพิ่มความหรูหรา

ควบคุมงบประมาณได้ ไม่มีบานปลาย

รับประกันงาน 3 ปี
พร้อมบริการ Mustroom Check up
การดูแลหลังการส่งมอบ
ให้บ้านของคุณสวยงามอยู่เสมอ

บ้านที่ดี… ต้องมีแสงที่ใช่

อย่าปล่อยให้บ้านของคุณ
ดูธรรมดาเพราะแสงผิดพลาด
Mustroom Interior
พร้อมช่วยออกแบบแสงไฟ
ให้บ้านของคุณ ดูหรูหรา
และน่าอยู่ขึ้นในทุกมิติ

Leave a Reply