สีรองพื้นปูนเก่า เรื่องสำคัญ ที่ไม่ควรมองข้าม

สีรองพื้นปูนเก่า
เรื่องสำคัญ
ที่ไม่ควรมองข้าม

การตกแต่งผนังภายในบ้านให้สวยงาม
ไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงแค่สีทาผนังที่เลือกใช้
แต่ยังมี “สีรองพื้น” ที่ทำหน้าที่
เหมือนชั้นปกป้องพื้นผิวอีกระดับหนึ่ง
โดยเฉพาะ สีรองพื้นปูนเก่า
ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับผนังที่ผ่านการใช้งาน
หรือมีอายุการใช้งานมาแล้ว

Mustroom Interior
จะพาคุณไปทำความรู้จัก
กับความสำคัญของสีรองพื้นปูนเก่า
รวมถึงวิธีการใช้ที่ถูกต้อง
เพื่อผลลัพธ์ที่สวยทนนาน
และไม่ก่อให้เกิดปัญหาตามมาในระยะยาว

สีรองพื้นปูนเก่า มีคุณสมบัติ
ในการช่วยยึดเกาะระหว่าง
พื้นผิวผนังเดิมกับสีทาทับหน้า
ช่วยลดปัญหาสีหลุดล่อน สีโป่งพอง
หรือเกิดเชื้อรา หลังการทาสีใหม่
โดยเฉพาะในกรณีที่
ผนังเก่าเริ่มเสื่อมสภาพ
หรือมีการลอกล่อนของสีเดิมบางส่วน

การใช้สีรองพื้นที่เหมาะสม
จะทำให้เฉดสีของสีจริง
ออกมาตรงตามต้องการ
และยืดอายุการใช้งาน
ของสีไปได้อีกหลายปี
ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว


ผนังปูนที่เคยทาสีมาแล้วหลายปี
ซึ่งอาจมีสีที่ซีดจาง หรือเกิดรอยขูดขีด
จากการใช้งานที่ไม่ระมัดระวัง
และอาจต้องการการปรับปรุง
หรือทาสีใหม่เพื่อความสวยงาม
และความทนทานที่ดีขึ้น

ผนังที่มีคราบราดำ
สีหลุดร่อนหรือโป่งพอง

ที่อาจเกิดจากความชื้นการรั่วไหลของน้ำ
หรือการระบายอากาศไม่ดี

ผนังที่มีการขัดลอกสีเดิมบางส่วน
แล้วเห็นผิวปูนชัดเจน

ซึ่งอาจส่งผลต่อความสวยงามของพื้นที่
และต้องการการดูแลรักษา
หรือการปรับปรุงเพิ่มเติม
เพื่อให้กลับมามีความดึงดูดมากขึ้น

ผนังที่เคยโดนความชื้น
หรือมีปัญหาน้ำซึม

ซึ่งอาจทำให้เกิดการเพาะเชื้อรา
และกลิ่นไม่พึงประสงค์

ผนังที่ต้องการเปลี่ยนจากสีเข้ม
เป็นสีอ่อน (หรือในทางกลับกัน)

เพื่อให้สีใหม่กลบพื้นผิวเดิม
ได้อย่างเรียบเนียน
และช่วยในการสร้างบรรยากาศที่สดใส
และเย็นสบายยิ่งขึ้นในห้อง
อาจจะต้องพิจารณาถึงการใช้สี
ที่มีคุณภาพดีเพื่อให้การทาสี
สามารถยึดเกาะได้ดีและลดการเกิดคราบ
หรือรอยด่างในอนาคต

โดยทั่วไป ผนังที่มีอายุเกิน 2-3 ปี ขึ้นไป
หรือมีร่องรอยการเสื่อมสภาพ
ไม่ว่าจะเป็นภายในหรือภายนอกบ้าน
ควรพิจารณาใช้สีรองพื้นปูนเก่าเสมอ
ยิ่งหากเป็นบ้านมือสอง
หรือพื้นที่ที่ไม่ได้รับการดูแลต่อเนื่อง
สีรองพื้นจะมีบทบาทสำคัญ
ในการฟื้นฟูพื้นผิวให้พร้อมรับ
การตกแต่งใหม่อย่างมีคุณภาพ


✔ขูดลอกสีเก่าที่หลุดล่อนออกให้หมด

✔ล้างผนังให้สะอาด และรอให้แห้งสนิท

✔หากมีคราบราหรือความชื้นสะสม
ควรใช้น้ำยากันราก่อน

แนะนำแบรนด์ที่เชื่อถือได้
เช่น TOA 4 Seasons,
Beger Pro Primer,
Jotun Primer

✔ใช้แปรงหรือลูกกลิ้งทาให้ทั่วผนัง
✔ปล่อยให้แห้งอย่างน้อย 2-4 ชั่วโมง
(ขึ้นอยู่กับแบรนด์)


การละเลยขั้นตอนนี้
อาจทำให้เกิดปัญหาในระยะยาว เช่น

สีใหม่ ไม่เกาะผนังดีพอ
เกิดการลอกล่อนเร็ว

สี แห้งไม่สม่ำเสมอและให้เฉดสีผิดเพี้ยน

เกิด เชื้อรา ความชื้น หรือคราบด่างดำ
โดยเฉพาะในบริเวณที่อับหรือโดนแดดจัด

ต้อง ซ่อมแซมผนังซ้ำในเวลาอันสั้น
ทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายมากขึ้น


เป็นองค์ประกอบที่มักถูกมองข้าม
แต่กลับมีความสำคัญมาก
ในการตกแต่งผนังให้สวยงามและคงทน
หากคุณต้องการผลลัพธ์ที่ไม่ใช่เพียงแค่
“สวยในวันแรก” แต่ยัง “ดูดีไปอีกหลายปี”
การเลือกใช้สีรองพื้นที่ถูกต้อง
จึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความใส่ใจ


Leave a Reply