ออกแบบออฟฟิศยุคใหม่อย่างไร ให้พนักงาน อยากเข้ามาทำงาน (Productive & Creative Workplace)

ออกแบบออฟฟิศยุคใหม่อย่างไร
ให้พนักงาน
อยากเข้ามาทำงาน
(Productive &
Creative Workplace)

ในยุคที่การทำงาน
แบบ Hybridกลายเป็นเรื่องปกติ
และการแข่งขันในตลาดแรงงาน
สูงขึ้นเรื่อยๆ “ออฟฟิศ” ไม่ได้เป็นเพียงแค่
สถานที่สำหรับนั่งทำงานอีกต่อไป
แต่ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญ
ในการดึงดูดและรักษาพนักงาน
ที่มีความสามารถ (Talent)
รวมถึงเป็นพื้นที่สะท้อนวัฒนธรรม
และวิสัยทัศน์ขององค์กร

คำถามสำคัญ
ที่ผู้บริหารหลายคนกำลังเผชิญคือ
จะออกแบบออฟฟิศอย่างไร
ให้พนักงานรู้สึกอยากเข้ามาทำงาน? ไม่ใช่แค่มาเพราะหน้าที่
แต่มาเพื่อสร้างสรรค์ผลงาน
แลกเปลี่ยนไอเดีย และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง
ขององค์กรอย่างแท้จริง

Mustroom Interior ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ
ด้านการออกแบบตกแต่งภายใน
จะพาคุณไปสำรวจแนวคิดการสร้างสรรค์
“Productive & Creative Workplace”
ที่ตอบโจทย์การทำงานแห่งอนาคต

ออฟฟิศแบบดั้งเดิม
ที่เน้นการจัดโต๊ะทำงานเป็นแถวๆ
อาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป
ออฟฟิศยุคใหม่ต้องมีความยืดหยุ่น
และรองรับกิจกรรมที่หลากหลาย
เราสามารถแบ่งแนวคิด
การออกแบบหลักๆ ได้ 5 ข้อดังนี้

พนักงานแต่ละคน
มีสไตล์การทำงานไม่เหมือนกัน
บางคนต้องการความเงียบสงบ
เพื่อใช้สมาธิ ในขณะที่บางคน
ต้องการพื้นที่สำหรับระดมสมอง
การออกแบบออฟฟิศที่ดี
ควรมีพื้นที่หลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้
ตามความเหมาะสมของงาน

Hot Desk: โต๊ะทำงานส่วนกลาง
ที่ใครก็สามารถมาใช้งานได้
ลดความจำเจและส่งเสริมการพบปะพูดคุย
กับเพื่อนร่วมงานจากทีมอื่น

Quiet Zone / Focus Booth:
พื้นที่สำหรับงานที่ต้องใช้สมาธิสูง
ปราศจากเสียงรบกวน

Collaboration Area:
พื้นที่เปิดโล่งพร้อม Whiteboard
หรือจออัจฉริยะ สำหรับการประชุมทีม,
Brainstormหรือ Workshop เล็กๆ

Lounge & Casual Seating:
มุมโซฟาสบายๆ ที่ใช้สำหรับพักผ่อน
หรือนั่งทำงานแบบไม่เป็นทางการ
ช่วยลดความเครียด
และสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย

“พนักงานที่มีความสุข
คือพนักงานที่มีประสิทธิภาพ”
การลงทุนกับสภาพแวดล้อม
ที่ดีต่อสุขภาพ (Well-being)
ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด

แสงธรรมชาติ (Natural Light):
จัดวางผังออฟฟิศให้พนักงานส่วนใหญ่
ได้รับแสงจากธรรมชาติให้มากที่สุด
ช่วยให้รู้สึกสดชื่นและดีต่อสายตา

พื้นที่สีเขียว (Biophilic Design):
การนำองค์ประกอบของธรรมชาติ
เข้ามาใช้ในการออกแบบ
เช่น การปลูกต้นไม้จริง,
สวนแนวตั้ง (Vertical Garden),
หรือการใช้วัสดุจากธรรมชาติ
อย่างไม้และหิน ช่วยลดความเครียดและ
เพิ่มความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

หลักสรีรศาสตร์ (Ergonomics):
เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่รองรับสรีระ
เช่น โต๊ะปรับระดับและเก้าอี้สุขภาพ
เพื่อลดความเสี่ยงจากออฟฟิศซินโดรม

พื้นที่พักผ่อน (Relaxation Zone):
มุมงีบหลับ (Nap Pod), ห้องโยคะ,
หรือห้องเล่นเกม ช่วยให้พนักงาน
ได้รีชาร์จพลังงานระหว่างวัน

ออฟฟิศคือศูนย์รวมของวัฒนธรรมองค์กร
การออกแบบพื้นที่ส่วนกลางให้มีชีวิตชีวา
จะช่วยสร้างความสัมพันธ์
และทำให้พนักงานรู้สึกผูกพันกันมากขึ้น

Pantry & Cafe: ไม่ใช่แค่ที่ชงกาแฟ
แต่ควรเป็นเหมือนคาเฟ่เล็กๆ
ที่มีที่นั่งหลากหลายรูปแบบ
เป็นจุดนัดพบที่สำคัญที่สุดในออฟฟิศ

Town Hall Area:
พื้นที่อเนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยน
เป็นที่จัดกิจกรรมของบริษัท,
การประชุมใหญ่หรือแม้กระทั่ง
การฉลองความสำเร็จร่วมกัน

เทคโนโลยีที่ดีจะช่วยให้การทำงานราบรื่น
และลดความหงุดหงิดในแต่ละวัน

ระบบจองห้องประชุมอัจฉริยะ

อุปกรณ์ Video Conferenceคุณภาพสูง
สำหรับการทำงานแบบ Hybrid

Wi-Fi ความเร็วสูง ที่ครอบคลุมทุกพื้นที่

จุดชาร์จไฟและ Wireless Charger
ที่เข้าถึงง่าย

การออกแบบตกแต่งภายในออฟฟิศ
คือโอกาสที่ดีที่สุดในการสื่อสาร
“ตัวตนของแบรนด์” (Brand Identity)
ไปยังพนักงานและผู้มาเยือน
ไม่ว่าจะเป็นการใช้คู่สีขององค์กร,การนำ
โลโก้มาสร้างเป็นกราฟิกตกแต่งผนัง,
หรือการเลือกใช้วัสดุและเฟอร์นิเจอร์
ที่สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของบริษัท

การสร้าง “Productive &
Creative Workplace”
ไม่ใช่แค่การเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์สวยๆ
แต่ต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
ในพฤติกรรมการทำงาน, วัฒนธรรมองค์กร
และเทรนด์การออกแบบแห่งอนาคต

ที่ Mustroom Interior
เรามีทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้บริการ
แบบครบวงจร (One-Stop Service)
ตั้งแต่การให้คำปรึกษา, การออกแบบ 3D,
การเลือกวัสดุ, ไปจนถึงการควบคุม
การก่อสร้างและตกแต่งจนแล้วเสร็จ
เราเชื่อมั่นว่าออฟฟิศที่ออกแบบ
อย่างใส่ใจคือการลงทุนที่สำคัญที่สุด
เพื่อความสำเร็จขององค์กรคุณ

เปลี่ยนออฟฟิศของคุณ
ให้เป็นมากกว่าที่ทำงาน
แต่เป็นบ้านหลังที่สอง
ที่เต็มไปด้วยพลัง
และความคิดสร้างสรรค์

สนใจปรึกษาเรื่องการออกแบบ
และตกแต่งออฟฟิศ

ติดต่อผู้เชี่ยวชาญจาก
Mustroom Interior ได้แล้ววันนี้

Leave a Reply